วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เยี่ยมฟาร์ม Salmon ที่ NewZealand


ซามอลปลาที่หลายคนชอบทาน ผมเองนี่ก็ชอบทาน ยิ่งถ้าสด ๆ นะ โอ้ยยอร่อย ทางผ่านระหว่าง Mt.Cook ไปยัง Twizel หรือ Lake Takapo ซึ่งถ้าใครขับรถมาเอง ยังไงก็ต้องผ่าน ฟาร์มปลานี้ชื่อว่า High Country Salmon เป็นฟาร์มที่อยู่ก่อนถึงเขื่อน บริเวณนี้มีน้ำไหล มีอุณหภูมิพอเหมาะ แถมเป็นน้ำที่เกิดจาการละลายของน้ำแข็งอีกด้วย  
 ซามอลสด ๆ จากฟาร์ม ราคาถูกถ้าเทียบกับที่ไทย ถาดนี้น่าจะราว ๆ250- 300 บาท ไทย มีเมนูให้ทานหลากหลาย อ่อ เค้กก็อร่อย ( ไม่รู้ไปซื้อจากไหนมาขาย 55 )



บริเวณนี้มีโซนให้อาหารปลา โดยให้ฟรีนะครับเป็นอาหารเม็ด ก็แปลก ๆ อยู่ให้อาหารปลา ดูใจบุญ แต่ก็กินเนื้อปลาซะงั้น บริเวณนี้เราสามารถนั่งกินอาหารได้ ชมบรรยากาศเย็นสบาาาย

ผมซื้อกลับมาทำอาหารด้วย ราคาชิ้นนี้ก็ 650 บาท ชิ้นหน้าชิ้นใหญ่มาก อันนี้เป็นแบบแกะก้างแล้วนะครับ หั่นกินได้สบายเลย 

ผมจับปลาได้แล้ว มีจุดให้ถ่ายภาพเป็นที่จดจำหน้าร้านด้วยนะครับ


นี่คือสภาพของฟาร์มก็ไม่ได้สวยอะไรมาก แต่ก็จะพูดได้ว่าเรามากินถึงฟาร์มกันเลยทีเดียว

ขับรถผ่านไปก็อย่าลืมจอดแวะนะครับ มันอยู่ระหว่างทาง ผมทำแผนที่ไว้ให้แล้ว

Lumsden ถนนสีเงิน ที่ NewZealand


 Lumsden เป็นเมืองทางผ่านจาก เทอานู Te Anau กับ Queen town ซึ่งการจะขับรถไป Mifford Sound ต้องผ่านเส้นทางนี้ ในช่วงฤดูหนาว ในบางพื้นที่ที่อยู่สูงมาก ๆ ก็จะมีน้ำค้างเกาะตามยอดหญ้าและต้นไม้ ถ้าอยากเป็นแบบนี้ต้องมาตอนเช้า ๆ หน่อย

จะเห็น่าหมอกจัดมาก ๆ การขับรถต้องระวังอย่างยิ่ง บางช่วงผมนึกว่าอยู่ในหนังผี คือมองแทบไม่เห็นอะไรเลย 

ไม่ต้องแปลกใจถนนของที่ NewZealand ต่อให้เป็นถนนหลวง มันก็มีโอกาสเป็น 2 เลนแบบนี้แหละ ก็คนเข้าน้อยมาาาาก ทั้งประเทศ 4 ล้านกว่าคน เรียกว่าจริง ๆ แล้วพื้นที่เหลือเฟือมากครับ แต่ว่าในโซนเมืองค่าที่แพงมาก แพงจนคนกี่วี่เองไม่มีปัญญาซื้อ

สิ่งที่ผมกังวลและภาวนาตลอดทางคือ รถอย่าเสีย ถ้าเสียละก็ ลองดูสภาพแบบนี้สิครับ รถกว่าจะผ่านมาแต่ละคัน แต่จริง ๆ ก็ไม่ต้องกลัวนะ ผมทำประกันไว้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉุกเฉินรุนแรง เขามีฮอมารับเรากันเลยทีเดียว 

Lindis pass สาวสวยทางผ่านแห่งเกาะ นิวซีแลนด์ใต้



Lindis pass
ชื่อคุ้น ๆ ไหมครับ ชื่อเหมือนแม่มดในจักวาร DC หรือถ้าใครเล่น ROV ก็จะคุ้นเคยกัน คำว่าลินดิสไม่ได้แปลว่าแม่มดหรือเวทย์มนต์ใด ๆ แต่มันแปลว่าสวย ทางผ่านตรงนี้ ถ้าใครขับรถจาก Wanaka หรือ Queen town จะไป Mt.Cook ก็จะผ่านเส้นนี้ ผมเองไม่มีข้อมูลมาก่อนสำหรับการมาตรงนี้ มันเป็นทางผ่านจริง ๆ แต่ก็ได้ไป ถึง 2 ครั้ง ก็ได้ 2 บรรยากาศเลย ทั้งแบบมีหิมะและไม่มีหิมะ บริเวณนี้มีโอกาศเกิดหิมะได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นในระแวกนี้

บรรยากาศแบบไม่มีหิมะก็สวยไปอีกแบบ นี่ถ้าเป็นฤดูร้อนคงเขียวน่าดูเลยละ


ตรงนี้จะมีจุดพักรถใ้ห้ถ่ายภาพ เราก็สามารถไปถ่ายพักผ่อนคลายอริยาบท ก่อนที่จะขับรถลุยต่อยาวๆ ได้

แต่ขับช่วงหนาวๆ สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำแข็งเกาะพื้นถนน บรรยากาศแบบนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องใส่โซ่ที่ล้ออะไรทั้งนั้น แต่ว่ามันมีโอกาสลื่น ผมเองยังเคยขับตอนเลี้ยงมันมีน้ำแข็งอยู่เกือบไถลลงขอบถนน ถึงรถไม่เยอะ ขับใน Newzealand ต้องใช้คนที่ขับชำนาญพอควร

ก็จะมีแต่คนบ้าหิมะอย่างผมที่จะลงไปเดินเล่นบนนั้นเห็นลอยเท้าไหมครับ ต้องมีก่อนหน้านี้ลงมาเดินเล่นกันบ้างละ สำหรับรองเท้านั้น ผมซื้อมาจากห้างที่ นิวซีแลนด์ ราคาก็ราว ๆ 250 บาท ไทย ตอนนั้นกะว่ามันคงจะพังแน่ ๆ ทริปเดียว ปรากฏว่ามันยังใช้งานได้อยู่ ปล. มันคือรองเท้าผ้าใบธรรมดาที่เป็นหนังค่อนข้างกันน้ำ ก็เลยไม่ห่วงเวลาน้ำแข็งเปียก ๆ




ปิดท้ายด้วยบรรยากาศภาพที่ไม่มีผมบ้าง หวังว่าใครไปเยือนเกาะใต้แบบขับรถไปเองคงจะได้ผ่านเส้นทางนี้บ้างนะครับ



วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บัตเตอร์นัท อบเนย เมนูเด็ดจาก ไร่อลงกรณ์


บัตเตอร์นัท อบเนย เมนูเด็ดจาก ไร่อลงกรณ์ 

รสออกจะเหมือนกับฟักทอง แต่รูปทรงที่ต่างกัน นำมาผ่าแล้วเอาเนย แผ่น มาวางไขว้กันจากนั้นก็ เอาไปอบ แนะนำให้กินตอนร้อน ๆ ถ้าเย็นแล้ว มันก็จะไม่ยืด รสก็หวาน ๆ เค็ม ๆ ก็ไม่ได้ ว๊าว แต่ก็อร่อยดี 




นวัตวิถี บ้านตะคร้ำเอน

บ้านตะคร้ำเอน อยู่ไม่ไกลจาก กทม ไม่มากนัก อยู่ทางตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี ขับรถไม่นานก็ถึง ผมเองได้รับเชิญจากชุมชนบ้านตะคร้ำเอนเพื่อไปสัมผัสวัฒนธรรมท่องถื่น ตามภาษานิยม นวัตวิถี ชมชนนี้เป็นที่อยู่ของชาวลาว และเวียดนามผสมที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย โดยการกวาดต้อนสมัยสงความ นมนานมาแล้ว จนปัจจุบันก็ผลอมรวมผสมผสานเป็นคนไทยไป แต่ก็ยังคงเองลักษณ์วิถีเดิมอยู่ คุณจะแปลกใจมากเหมือนมี อีสานน้อย ๆ ฝังตัวอยู่ที่กาญจนบุรี อย่างไม่น่าเชื่อ


ชมการแสดงต้อนรับจากพี่ ๆ ป้า ๆ ของชุมชน

ข้าวหนุกงา ขนมที่กินแล้วสนุ๊กสนุก

เวลาไปเชียงใหม่ครั้งใดผมจะไม่ลืมทานขนมชิ้นนี้ รูปร่างดูเหมือนโรตี แต่มันไม่มีรสแบบโรตีนะครับ ขนมชิ้นนี้เรียกว่า ข้าวหนุกงา  เวลาเอ่ยชื่อมันคิดถือว่ามันสนุกทุกทีเลย  ข้าวหนุกงานขนมพื้นบ้านชาวเหนือ บ้างก็เรียกว่าข้าวคลุกงา โดยส่วนผสมหลักก็คือพระเอกของเรางาขี้ม้อน  โขลกกับเกลือ และข้าวนึ่งสุกใหม่ๆ  เป็นของกินชาวล้านนาในช่วงหนาว ๆ

ผมเองนอกจากได้กินข้าวหนุกงาที่ตามตลาดแล้ว ตอนไปเที่ยวหมู่บ้านชาวเขาก็มีขนมที่คล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้มีโรยน้ำตาล ผมจำได้ลาง ๆ ว่าเมื่อก่อนนี้เขาก็ไม่โรยน้ำตาล แต่ก็มีการปรับช่วงหลังเพื่อให้กินง่ายขึ้นหรือเปล่า เพื่อน ๆ รู้ช่วยบอกผมด้วยนะคัรบ

ร้านนี้ขายแบบใส่กระทง จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้กินกันแบบแผน ๆ บนใบตองเลย 

ราคาขยับตามค่าที่ค่าวัตถุดิบ เมื่อไม่กี่ปีมาแล้ว ยัง 10 บาทอยู่

ตอนที่ยังไม่ได้ไปอังไฟ ก็เตรียมแบบนี้ 

มีส่วนผสมให้ดูเผื่อว่ามีคนถาม

ที่ขายแบบประหยัดที่ดีจริง ๆ 

สำหรับเวลากินก็เอาไม้จิ้มๆ แต่ว่าเนื่องจากมันร้อน ถ้าไม่รีบกินละก็มันจะรวมกันเป็นก้อนเดียวกัน กลายเป็นขนมลูกบอลไป ฉะนั้น ต้องรีบเกลี่ย ๆ ออกจากกันก่อนเพื่อความสะดวก 

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

Chom Cafe&Restaurant ร้านที่ต้องมาชมมาชิม

ร้านกาแฟ ที่ใครไปเชียงใหม่ต้องมากัน ร้าน ชม Chom ร้านนี้มีดีอะไร ? ที่ทำให้คนต้องมาต่อคิวกินกันเลยทีเดียว

ร้านชมมีที่จอดรถทีเพียงพอกับแขก เอาจริง ๆที่จอดรถใหญ่กว่าบริเวณร้านเสียอีก ระวังขับเลยนะ ที่จอดรถอยู่ก่อนถึงตัวร้านนิดนึง


ใครมาสายละก็ต้องต่อคิว เพราะพื้นที่นั่งในร้านมีจำกัด มีเป็นบ้านเล็ก ๆ  2 หลังเท่านั้น ประมาณว่าต่อ 1 ช่วงเวลาคงจุคนได้ไม่น่าเกิน 40 คน  แต่ที่หน้าร้านจะมีจุดพักคอยเพื่อเข้าไปกินอาหาร ( ทำไมเขาไม่เอาจุดตรงนี้ทำเป็นร้านอาหารไปด้วยเลยนะ ผมโชคดีไปก่อนเวลาเลยได้คิวแรก
เนื่องจากต้องไปเที่ยวกินอีกหลายร้าน พวกเราก็เลยส่งอาหารแบบเบา ๆ มากินเท่านั้น เป็น มันฝรั่งทอดและก็เครื่องดื่มเย็น ๆ คลายร้อน ตอนแรกก็ทำใจแล้วว่าราคา ก็จะต้องแพงแน่ ๆ แต่ก็สูงในระดับร้านอาหารทั่วไป แต่ให้ปริมาณค่อนข้างเยอะ เรียกว่าสั่งมาแค่อย่างเดียวยังอื่มเลย 


น้ำโซดาผลไม้มีหลายรสให้เลือก เย็นชื่นใจส่วนรสผมยังให้กลาง ๆ นะ ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้เลิศมาก ถ้าเปรียบเทียบกับ การชงที่ สวนกล้วยไม้ที่ราชบุรี อันนั้นชอบมาก รสมันดูอิตาเลียนโซด้าเสียงจริง ( คิดไปเองป่าววะ ) 


 นี่คือบรรรยากาศของรอบ ๆ ร้าน เป็นส่วนป่าน่าพิศวง มอสเฟิร์นเล็ก ๆให้บรรยากาศที่ร่มรื่นและน่าถ่ายรูป

เขามีการปล่อยละอองไอน้ำทำให้ภาพดูสวยยิ่งขึ้น แต่ผมต้องบอกก่อนนะว่ามันเล็กมาก เหมือนจัดโซนไว้ถ่ายภาพจริง ๆแต่อย่าคิดว่าจะมาเดินกระโดดแบบเดอะซาวน์ออฟมิวสิก ถ้าจะทำแบบนั้นหมดสิทธิ์ครับ แค่เดินก็จะต้องระวังเหยียบต้นไม้ และต้องยังต้องเจอกับฝูงชนมากมาย ถ้าไปเจอหมู่คณะ คิดดูว่า กว่าจะถ่ายรูปหมู่ กว่าแจะรูปเดี่ยว ก็นานเลย ฉะนั้น ตามมารยาท ถ่ายให้ไว ถ่ายให้เร็ว แบ่ง ๆ กันครับ


 เอาละครับ จบการีวิวเล็ก ๆร้านชม ลองไปชมไปชิมกันดูนะครับ